แอนดาส พัทยา จอมเทียน บีช
ชลบุรี, ประเทศไทย
Residential Complex High-Rise
“This is a role model and inspiration for creating a public space from the abandoned area. Several engagement activities were arranged for the collaboration between institutions and the community. This is not easy and requires an extensive amount of effort to push forward the project. The design is simple and requires only minimum maintenance. The function inside is well connected and opened, not creating an opaque enclosed space.”
2023 AWARDS JURY
In the fast-growing urbanization, characterized by the absence of public green spaces and low living quality, Sierra Sathorn envisions the future of urban living. Ideally, it is beyond one project’s capacity to tackle the city’s urbanization problems, however, the design team plans to maximize capacity of its landscape thereby setting new design standards for high-rise development project in Thailand.
The project proposes a prototype that promotes the concept of urban terrarium. The landscape design team interprets the concept of urban terrarium from the relationship of mountain, forest, and river ecosystems where they are hotspots of biodiversity and provide crucial ecosystem services for all the livings. In this experiential prototype of urban terrarium, not only concerning of aesthetic aspect, Sierra Sathorn cherishes the relationship of urban ecosystem services that contribute to urban living well-being. The terrarium solutions will balance the need to achieve financial goals and enhance human health and well-being.
To achieve sustainable urban ecosystem in this urban terrarium prototype, the landscape design team focuses on creating maximization of the green spaces and to support water management in the landscape design to promote the natural process of this urban ecosystem. The team collaborates with architects to transform a typical podium building, to the new terraced landscape with green linkage from ground floor to the fifth podium floor. This green linkage intertwines former fragmented landscapes into one holistic connection that could be perceived in both elevation and top perspectives. This innovative design uses push and pull space technique to integrate parking lot space and new landscape terrace. In this design, it provides interactive green spaces for residents to be surrounded by nature.
The landscape team interprets natural ecosystems as an inspiration to generate concept of each terrarium landscape design characteristic. It was metaphor into 3 sub terrariums by the mountain biome as Woodland zone, Montane zone, and Alpine zone into our building. The goal of each terrarium is to reflect the heterogeneity and biodiversity of the natural landscapes and harmonize people’s interaction into natural built environments.
Moreover, the notion of this urban green sanctuary will create positive ripple effects to the new future development for private sector’s green network. The urban terrarium network will foster additional green spaces to the city.


คอนโดมิเนียม (General Design)
Sierra Sathorn จุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์แห่งใหม่ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติบนพื้นฐานของแนวคิดThe Urban Terrarium ซึ่งเป็นการจำลองระบบนิเวศในเมืองแห่งใหม่ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของเมืองทางทีมผู้ออกแบบมีแนวคิดที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอาคาร เพื่อสร้างความเป็นธรรมชาติที่เชื่อมต่อกันระหว่างชั้นเป็นผืนใหญ่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้งานและยังเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นแนวคิดใหม่เพื่อเป็นการต่อยอดภาพรวมให้เกิดการเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่กับโครงการตึกสูงที่จะเกิดขึ้นจากการคาดการณ์ในอนาคตโดยแนวคิดนี้จะเป็นการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการในเชิงเศรษฐกิจและสุขภาวะ(Well-Being) ของผู้ใช้งานในพื้นที่แห่งนี้ต่อไป
Sierra Sathorn เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในบริเวณ สาทร-ท่าพระ ซึ่งเป็นส่วนขยายจากในเมืองออกมายังพื้นที่ฝั่งธนบุรีท่ามกลางการเจริญเติบโตของระบบขนส่งสาธารณธะที่ขยายตัวออกมาตามการอยู่อาศัยของผู้คน สิ่งที่ตามมาด้วยก็คือการเกิดใหม่ของที่พักอาศัยในแนวตั้งขนาดใหญ่จำนวนมาก เพื่อรองรับปริมาณความต้องการของผู้คนได้มากที่สุด แนวคิด “The Urban Terrarium” จึงจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติในสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้นเสมือนเป็นอีกโลกหนึ่งที่มีความแตกต่างจากความเป็นเมืองอย่างสิ้นเชิง และยังให้ความสำคัญกับระบบนิเวศทางธรรมชาติเพื่อให้เกิดการออกแบบที่ยั่งยืนในพื้นที่ ไม่เพียงแต่คำนึงถึงมุมมองทางด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการเกิดคุณภาพชีวิตที่สูงที่สุดให้แก่ผู้พักอาศัย แต่ด้วยลักษณะพื้นฐานของรูปแบบอาคารเดิมมีการแบ่งแยกพื้นที่สีเขียวที่ตัดขาดออกจากกันแต่ละระดับ ซึ่งไม่ได้ส่งเสริมแนวความคิดนี้ ทีมผู้ออกแบบจึงมีการเสนอแนวความคิดในการปรับเปลี่ยนลักษณะโครงสร้างอาคารแต่ละชั้นเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวกันตั้งแต่ชั้นล่างต่อเนื่องขึ้นไปถึงชั้น 5 และชั้นบน เกิดเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ โดยที่ยังคงความคุ้มทุนและเกิดประโยชน์สูงสุดให้กับโครงการ
โดยการตีความ Terrarium ในแต่ละส่วน ได้รับแรงบันดาลใจมากจากระบบนิเวศต่าง ๆ ของธรรมชาติในแต่ละความสูงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป ประกอบไปด้วย Woodland zone, Montane zone, และ Alpine zone โดยไล่ลำดับจากบริเวณชั้นล่างขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดของโครงการ
The Woodland Terrarium
พื้นที่โซนนี้ ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของโครงการ โดยเอกลักษณ์ของความเป็น Woodland Zone คือ การเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างระบบนิเวศที่แตกต่างกัน เช่น บริเวณทุ่งหญ้าและพื้นที่ป่า พื้นที่ตรงนี้จึงเปรียบเสมือนเป็นจุดเปลี่ยนผ่านของพื้นที่บริเวณชั้นล่างและชั้นบน โดยจุดเด่นของลักษณะป่าบริเวณนี้จะมีการเลือกใช้เป็น Tropical Forest เพื่อสะท้อนแนวคิดการเลือกชนิดพรรณตามระดับความสูงของป่าในแต่ละประเภทให้เหมาะสม เริ่มต้นที่บริเวณ Drop-off ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในโครงการ ผู้ใช้งานสามารถเดินผ่านพื้นที่สวนภายนอกเพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียดและซึมซับบรรยากาศก่อนเข้าสู่ห้องพัก โดยพื้นที่บริเวณนี้ ผู้ออกแบบได้มีการเสนอแนวคิดของการปรับเปลี่ยนพื้นที่อาคารบริเวณที่จอดรถ เพื่อให้มีการเชื่อมต่อของสวนขึ้นไปเป็นแบบขั้นบันไดโดยการใช้ Push and Pull Technique เพื่อให้ยังคงปริมาณพื้นที่จอดรถได้เท่าเดิมแต่เมื่อมองทั้งในมุมด้านข้างและมุมด้านบนของโครงการ จะเห็นเป็นพื้นที่สีเขียวเชื่อมต่อกันขนาดใหญ่ สร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้งานก่อนขึ้นไปถึงบริเวณพื้นที่อีกโซนหนึ่ง เมื่อมองกลับลงมาด้านล่าง จะพบกับสนามหญ้าขนาดใหญ่ที่ตอบสนองการใช้งานในเชิงสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมอเนกประสงค์ การเล่นฟุตบอล บาสเก็ตบอล หรือแม้กระทั่งที่นั่งพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ จากการออกแบบพื้นที่สวนที่เป็นขั้นบันไดนั้น ไม่เพียงแต่จะช่วนในเรื่องของมุมมองและการสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้งาน แต่ยังเป็นการออกแบบโดยคำนึงถึงการชะลอการเกิดน้ำไหลบ่าหน้าดินจากบริเวณชั้นบนลงมาที่ชั้นล่างอีกด้วย
The Montane Terrarium
พื้นที่บริเวณนี้ เป็นการออกแบบที่มีการใช้น้ำเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ โดย Montane zone หมายถึง พื้นที่ที่เป็นจุดรวมของการเกิด Valley ที่ผ่านการไหลและรวบรวบความอุดมสมบูรณ์จากด้านบนลงมาสู่พื้นที่แห่งนี้ โดยแนวคิดของเส้นสายคือมีการนำลักษณะทางกายภาพที่เกิดจากการกัดกร่อนทางธรรมชาติของตลิ่งบริเวณแม่น้ำมาใช้ในการออกแบบ ในระยะความยาวของสระว่ายน้ำ 100 เมตร ประกอบไปด้วยสิ่งที่ซ่อนอยู่ในการออกแบบที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็น Montane Pool Lounge ซึ่งเป็น Pavilion ขนาดใหญ่สำหรับจุดนั่งพักผ่อนให้แก่ผู้ใช้งาน, จุดชมวิวที่มีการออกแบบเสมือนเป็นมุมมองอยู่บริเวณปลายหน้าผา และ The hidden passive pool พื้นที่สำหรับการพักผ่อนในน้ำ ให้ความรู้สึกสงบที่มีกิจกรรมสำหรับ Hydrotherapy แบบครบวงจร
The Alpine Terrarium
Alpine zone จะเป็นบริเวณจุดสูงสุดของโครงการ มีการออกแบบให้มีไม้ยืนต้นน้อยที่สุด และสะท้อนการเป็นจุดกำเนิดของสายน้ำ โดยสีสันที่เลือกใช้จะเป็นสีขาวและฟ้าเพื่อสะท้อนความเป็นน้ำแข็งบริเวณยอดเขา และความเป็นขั้นบันไดสะท้อนการกัดกร่อนในพื้นที่ตามรูปแบบของธรรมชาติที่ จุดนี้จะมีการเปิดวิววไปยังบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเป็นการเชื่อมต่อมุมมองในเชิงของการรับรู้ของผู้คนได้เป็นอย่างดี เมื่อเข้าไปยังพื้นที่อีกโซนหนึ่งซึ่งเป็น Sub alpine zone พื้นที่บริเวณนี้จะอยู่ในระดับความสูงที่รองลงมา ลักษณะของต้นไม้ที่ใช้จะเลือกเป็นแบบทนลมเพื่อให้สามารถอยู่ได้และมีการจัดการน้อยที่สุดในพื้นที่บริเวณนี้
โครงการ Sierra Sathorn เป็นแนวความคิดที่จะสร้างระบบนิเวศแห่งใหม่ให้กับเมือง ความเป็น Urban Terrarium ถูกสะท้อนออกมาในรูปแบบทางกายภาพผ่านการปรับโครงสร้างเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวแต่ละระดับและผ่านการออกแบบพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไปโดยเชื่อมโยงกันด้วยธรรมชาติ โครงการนี้จะเป็น Prototype ของแนวคิดที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติท่ามกลางการเติบโตของเมืองได้เป็นอย่างดี โดยที่ยังคงรักษาความคุ้มทุนและความเป็นไปได้ของโครงการ หากในอนาคต แนวความคิดนี้ถูกนำไปใช้ในอาคารใหม่ ๆ ทดแทนต้นแบบอาคารเดิมจะส่งต่อความเป็น Urban Terrarium Network ที่เชื่อมพื้นที่สีเขียวภาพรวมของเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุดในฐานะภาคเอกชนต่อไป