Andaz Pattaya Jomtien Beach
Chonburi, Thailand
Institution
“This is a role model and inspiration for creating a public space from the abandoned area. Several engagement activities were arranged for the collaboration between institutions and the community. This is not easy and requires an extensive amount of effort to push forward the project. The design is simple and requires only minimum maintenance. The function inside is well connected and opened, not creating an opaque enclosed space.”
2023 AWARDS JURY
PTTLNG has constructed a world-class receiving terminal, 29.7 ha of land near Nong Fab shoreline, a small community in the vicinity of Rayong's major industrial estate was acquired. The 21.6 ha near the shoreline is used as the receiving terminal, to transfer LNG, storage, and regasification process; and the remaining 8.1 ha is the office zone.
“Nong Fab” is a place name representing landscape character of brackish swampy land with “Fab” as the dominant species. The acquired land was partially filled and leveled, only small swamp remains and Fab has disappeared. The site was covered with grass and a few trees.
The topography of the office zone is flat and sloped towards the degraded swamp. The hydrology system has been analyzed by comparing remote sensing data, to figure out the existing natural drainage, restore the damaged swamp, reintroduce Fab, commence a reforestation program, and preserve the indigenous vegetation species. Precipitation data and Rayong forest type has been studied, soil and water tests have been conducted.
To echo the sustainable concept of “harmonizing the juxtaposition between industry and nature”, the conversion from waste to environmental benefits principle has been applied. Energy consumption and the waste generated from the industry must be minimized, and the degraded environment must be restored.
The office area has been divided into 5 parts, of which 14% is building area, 26% is parking lot and circulation, 17% is retention pond, and 43% is landscape and forest area. A round building with a climatic atrium at the center was built as the office that connects architecture with landscape, from indoor to outdoor. The 5°C chilled water from the regasification process generates 9-12 °C cold air which is used for cooling building and supporting temperate plant community inside the atrium, instead of transmitting chilled water to the tropical sea.
The site plan keeps the remained swamp and restores it as a retention pond with riparian edge, replicated Rayong's ecotone, collected 200 native plant species from swamp to beach forest. The Melaleuca Forest with Melaleuca cajuputi is located at the bank of this pond which is gently graded to accommodate resilience tidal level for its growing condition. On the opposite is the swamp forest, and the beach forest.
The landscape of PTTLNG intends to testify to the harmonized coexistence of industry and nature and to prove that industry is not necessarily damaging the environment if designed, constructed, and operated properly.


สำนักงาน
โครงการท่าเทียบเรือและสถานีรับ-จ่าย ก๊าซธรรมชาติเหลว แห่งที่ 2 ของบริษัท พีทีทีแอลเอ็นจี มหาชน ตั้งอยู่ที่บ้านหนองแฟบ ที่เดิมเป็นที่ลุ่มน้ำขัง มีต้นแฟบเป็นไม้เด่น การออกแบบภูมิทัศน์ส่วนอาคารสำนักงานจึงเน้นไปที่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและสีฟ้า ที่ใช้ฟื้นฟูสภาพของหนองน้ำ สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ และอนุรักษ์พืชพันธุ์ท้องถิ่นของจังหวัดระยอง ด้วยการสร้างป่าที่จำลองระบบนิเวศที่หลากหลายของจังหวัดระยอง โดยมีเป้าหมายที่จะแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมและธรรมชาติสามารถอยู่เคียงกันได้โดยไม่ทำลายกัน การออกแบบจึงเน้นไปที่การจัดการของเสียที่เกิดจากอุตสาหกรรม ใช้ทรัพยกรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดการใช้พลังงานที่จะสร้างภาระแก่ธรรมชาติในทุกมิติ
บริษัท พีทีทีแอลเอ็นจี จำกัดมหาชน ได้ซื้อที่ดิน 181 ไร่ เพื่อก่อสร้าง โครงการท่าเทียบเรือและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว แห่งที่ 2 ที่บ้านหนองแฟบ ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง “หนองแฟบ” เป็นคำเรียกพื้นที่ลุ่มน้ำขังที่มีต้นแฟบซึ่งเป็นไม้พุ่มเนื้อแข็ง โปร่ง สูง 1.5- 5 เมตร เป็นไม้เด่น พื้นที่ถูกถมและปรับระดับแล้ว เหลือร่องรอยของหนองน้ำเพียงเล็กน้อยและไม่พบต้นแฟบ แต่ถูกปกคลุมด้วยวัชพืชและแทบไม่มีต้นไม้ใหญ่ พื้นที่โครงการจะแบ่งเป็นสองส่วน คือ สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว 141 ไร่ และอาคารสำนักงาน 40ไร่
เพื่อให้เข้าใจการปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของพื้นที่ จึงได้มีการศึกษาข้อมูลสถิติน้ำฝนและระบบอุทกวิทยาและวิเคราะห์ข้อมูลระยะไกลปีที่ผ่านๆ มา ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของหนองน้ำอย่างชัดจน จึงตั้งใจที่จะใช้ประโยชน์จากการระบายน้ำตามธรรมชาติ ฟื้นฟูหนองน้ำที่เสื่อมโทรมและนำต้นแฟบกลับมา ดังนั้นการออกวางผังส่วนอาคารสำนักงานจึงเลือกที่จะรักษาหนองน้ำที่ยังคงเหลืออยู่ และวางอาคารในตำแหน่งที่พ้นไปจากส่วนนี้
ที่ผ่านมาการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน ความท้าทายของการออกแบบภูมิทัศน์โครงการนี้ คือ การใช้งานภูมิทัศน์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและสีฟ้าในการฟื้นฟูและสรรสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี และแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมไม่จำเป็นจะต้องทำลายสิ่งแวดล้อม หากมีการออกแบบและบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ดังนั้นแนวความคิดหลักในการออกแบบจึงเน้นไปที่ “การอยู่เคียงกันอย่างลงตัวระหว่างอุตสาหกรรมและธรรมชาติ” โดยมีเป้าหมายหลัก ในการลดของเสียที่เกิดขึ้นให้เป็นศูนย์ ลดการใช้พลังงาน มีการหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฟื้นฟูสภาพหนองน้ำและนำต้นแฟปที่เคยเป็นพืชเด่นของพื้นที่ กลับมาให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่โครงการ และถือโอกาสให้โครงการนี้มีส่วนช่วยอนุรักษ์พืชพันธุ์ท้องถิ่นของระยองด้วย ผังแม่บทส่วนอาคารสำนักงาน แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ พื้นที่อาคาร 14% ที่จอดรถและเส้นทางสัญจร 26% บ่อน้ำ17% พื้นที่สีเขียว 43% อาคารหลักได้ถูกออกแบบตามมาตรฐาน TREES มีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ มีโดมกระจกที่เรียกว่า Climatic Atrium อยู่ตรงกลาง พื้นที่ภูมิทัศน์ถูกออกแบบให้มีระบบนิเวศที่หลากหลายคล้ายกับที่ระยองมี โดยหนองน้ำที่ฟื้นฟูขึ้นมาจะมีทั้งส่วนลึกและส่วนตื้น เพื่อใช้เป็นบ่อเก็บน้ำ สร้างพื้นที่ชุ่มน้ำประเภทต่างๆ และป่านิเวศ และใช้พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์
มีการนำของเสียจากส่วนอุตสาหกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยน้ำเย็นจัด (5 °c) ที่เกิดจากกระบวนการ regasification ของก๊าซธรรมชาติเหลว จะถูกนำมาใช้ให้ความเย็นกับทุกอาคาร และนำมาใช้สร้างสภาพภูมิอากาศเย็นพิเศษ (9-12°c) ภายในโดมกระจกเพื่อปลูกพืชเมืองหนาว แทนการปล่อยน้ำเย็นจัดลงทะเล ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลเปลี่ยนและส่งผลต่อระบบนิเวศทางทะเล น้ำผิวดินทั้งหมดจากส่วนสถานีรับ-จ่ายก๊าซ ซึ่งเป็นพื้นที่ดาดแข็งขนาดใหญ่ จะถูกรวบรวมและส่งผ่านระบบกรองตามธรรมชาติของไบโอสเวล ก่อนจะถูกระบายลงสู่บ่อเก็บน้ำ เพื่อไว้ใช้หล่อเลี้ยงป่า สร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน ลดอุณหภูมิ เพิ่มการกักเก็บคาร์บอน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับผู้ใช้โครงการ ความร้อนจากการสะท้อนอุณหภูมิของพื้นดาดแข็งขนาดใหญ่นี้ จะถูกชดเชยด้วยความหนาแน่นของพืชพันธุ์จากป่านิเวศที่เป็นแนวป้องกันรอบๆ พื้นที่โครงการและพื้นที่ภูมิทัศน์ของอาคารสำนักงาน
จากการศึกษาระบบนิเวศของระยอง ที่พิจารณาจากภูมิประเทศ ระยะห่างจากทะเล คุณสมบัติของดินและน้ำ และการเปลี่ยนระดับน้ำ พบว่าป่าที่เหมาะสมกับโครงการ คือ ป่าเสม็ด ป่าพรุ และป่าชายหาด จึงได้มีการคัดเลือกพันธุ์ไม้พื้นเมืองกว่า 200 ชนิด มาปลูกในรูปแบบของป่านิเวศ โดยป่าเสม็ดซึ่งมีต้นเสม็ดขาวเป็นพืชเด่นจะอยู่ขอบทางเหนือของหนองน้ำ ที่ลาดเล็กน้อย ซึ่งจะมีน้ำท่วมในฤดูฝนและแห้งในฤดูแล้งเหมาะกับการเติบโตของเสม็ดขาว ส่วนทิศใต้ของหนองน้ำจะเป็น ป่าพรุ และป่าชายหาด ทางเดินยกระดับรอบๆ หนองน้ำถูกออกแบบให้ลัดเลาะไปตามป่า เพื่อผู้มาเยือนได้เรียนรู้ถึงชนิดพืชพันธุ์และระบบนิเวศของจังหวัดระยอง
สนามหญ้าหลังอาคารหลัก นอกจากจะเป็นพื้นที่กิจกรรมของพนักงานแล้ว ยังเป็นพื้นที่หน่วงน้ำแบบแห้ง ที่จะยืดเวลาการไหลบ่าของน้ำผิวดินในช่วงฤดูฝน ช่วยซึมน้ำลงสู่ใต้ดิน ซึ่งจะไหลต่อเข้าไปเก็บในหนองน้ำหน้าอาคาร หลังคาเขียวขนาดใหญ่บนอาคารสำนักงานเป็นพื้นที่สะสมพันธุ์หญ้าพืนถิ่นชนิดต่างๆ ที่ไม่ต้องการการดูแลรักษา แต่ยังสามารถช่วยหน่วงน้ำฝน เป็นฉนวนกันความร้อนให้อาคาร และเป็นที่อยู่อาศัยของนกและแมลง โดยความลาดลงของหลังคาเขียวจะสร้างความเชื่อมต่อระหว่างสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์อย่างลงตัว หลังคาเขียวเป็นจุดชมวิวที่จะมองเห็นการอยู่เคียงกันของอุตสาหกรรมและธรรมชาติของโครงการได้อย่างชัดเจน
โครงการนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเรียนรู้ใหม่ของระยอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติในภาคอุตสาหกรรม แต่ในทุกๆ วันจะมีผู้เข้าชมโครงการเป็นจำนวนมาก ขณะที่ธรรมชาติก็มีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากสัตว์หลายชนิดที่พบ ชี้ให้เห็นว่าความหลากหลายทางชีวภาพได้เกิดขึ้นแล้ว และจะดำเนินต่อไปในพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่แห่งนี้ ซึ่งแสดงถึงการอยู่เคียงกันอย่างลงตัว