แอนดาส พัทยา จอมเทียน บีช
ชลบุรี, ประเทศไทย
Landscape Art-Exhibition
“This is a role model and inspiration for creating a public space from the abandoned area. Several engagement activities were arranged for the collaboration between institutions and the community. This is not easy and requires an extensive amount of effort to push forward the project. The design is simple and requires only minimum maintenance. The function inside is well connected and opened, not creating an opaque enclosed space.”
2023 AWARDS JURY
We questioned the existence of the tree. If the future world is occupied by pollution and epidemic How will human beings deal with it?
Because in the COVID-19 era, people have to quarantine or work from home. To protect themself from viruses and pm2.5 weather by mainly living in an enclosed room. People, therefore, need more "nature and green space" but at the same time, The trend of natural ecosystems is also exacerbated by natural phenomena and human threats.
Therefore, OFFICE TERRARIUM is an INSTALLATION ART displayed in an office space of 80 square meters, which is office space for rent within the 33 SPACE area for 9 days, as part of the BANGKOK DESIGN WEEK 2020 event in the area. Aree-Pradiphat By simulating the landscape in the office in the size of a HUMAN SCALE to present a new experience like SURREAL PERCEPTION.
The point of view between people and trees
This project represents a contradiction of the original perception. that presents an alternation of people and trees. By filling the office with plants to create a HUMAN-SCALE-SIZED-TERRARIUM while people who come to BANGKOK DESIGN WEEK will mainly do activities outside. leading to new perspectives and experiences It is also a symbolic medium to make people more aware of the importance of trees.
Installation Art
เราตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ของต้นไม้ หากโลกอนาคตถูกครอบครองด้วยมลพิษและโรคระบาด มนุษย์จะมีวิธีจัดกาอย่างไร
เพราะในยุค COVID-19 ผู้คนต้องกักตัวหรือทำงานที่บ้าน เพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสและสภาพอากาศ pm2.5 โดยใช้ชีวิตในห้องปิดทึบเป็นหลัก ผู้คนจึงโหยหาสิ่งที่อยู่ภายนอกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว
แต่ในขณะเดียวกัน แนวโน้มของระบบนิเวศทางธรรมชาติก็เลวร้ายลงจากปรากฏการณ์ธรรมชาติและการคุมคามของมนุษย์
ดังนั้นงาน OFFICE TERRARIUM จึงเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนในขวดแก้ว โดยการจำลองสภาพภูมิทัศน์มาไว้ในออฟฟิศในขนาด HUMAN SCALE เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่แบบ SURREAL PERCEPTION
OFFICE TERRARIUM เป็นงาน INSTALLATION ART ที่จัดแสดงภายในออฟฟิศสำนักงานขนาด 80 ตร.ม.ซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่าภายในพื้นที่โครงการ 33 SPACE เป็นระยะเวลา 9 วัน ซึ่งเป็นส่วนนึงของงาน BANGKOK DESIGN WEEK 2020 ในพื้นที่บริเวณอารีย์-ประดิพัทธ์ โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ของครึ่งนึงของสำนักงานเป็นเป็นพื้นที่เทอร์ราเรียมในขนาดเท่าคนจริง
โดยโจทย์ที่ได้รับมาเบื้องต้น คือแค่เปิดพื้นที่ออฟฟิศสำนักงานให้คนนอกและผู้ที่สนใจมาเยี่ยมชมพื้นที่ภายในของแต่ละบริษัทเท่านั้น แต่โดยบริบทของพื้นที่ห้องเช่าภายในโครงการ 33 SPACE นั้นมีความน่าสนใจ คือจะเป็นรูปแบบห้องแถวกระจกแบ่งเห็นห้อง ๆ เรียงติด ๆ กัน เหมือนตู้ปลา ทำให้เกิดไอเดียเกี่ยวกับเรื่องกระจกหน้าออฟฟิศเพื่อไปใช้ในการออกแบบงานจัดแสดงนี้
มุมมองที่สับเปลี่ยนระหว่างคนกับต้นไม้
วิถีชีวิตในย่านออฟฟิศของเมืองใหญ่ รวมถึง พื้นที่ 33 space เรามักจะเห็นผู้คนใช้ชีวิตในห้องกระจกติดแอร์เป็นหลัก ขณะที่เหล่าต้นไม้ใบหญ้าเติบโตอยู่ด้านนอก ซึ่งเป็นภาพจำอันคุ้นตาที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน
โปรเจกต์นี้เป็นการแสดงความขัดแย้งของการรับรู้เดิม ที่นำเสนอการสลับตำแหน่งของทั้งสองสิ่ง โดยการนำต้นไม้ไปบรรจุไว้ในออฟฟิศจนเต็ม เพื่อสร้าง HUMAN SCALE-TERRARIUM ขึ้นมา ในขณะที่ผู้คนซึ่งมางาน BANGKOK DESIGN WEEK นั้นจะทำกิจกรรมที่พื้นที่ด้านนอกเป็นหลัก นำไปสู่มุมมองและประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และยังเป็นสื่อเชิงสัญลักษณ์เพื่อให้คนตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้มากขึ้น
พื้นที่จัดแสดงงาน
ได้ถูกออกแบบให้ใช้พื้นที่ครึ่งนึงของออฟฟิศเพียงแค่พื้นที่ 40 ตร.ม. และได้เลือกตำแหน่งที่ติดกับกระจกเพื่อได้รับแสงแดดในการเจริญเติบโตของต้นไม้อย่างเต็มที่ และจัดแสดงไปกับแสงแดดและเวลาที่เปลี่ยนไปได้ ทำให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่และโต๊ะเฟอร์นิเจอร์ในการทำงานไปไว้อีกครึ่งนึงของพื้นที่ และใช้ม่านสีขาวที่อยู่แล้วในการแบ่ง SPACE ในการทำงานประจำวันกับ พื้นที่แสดงงานไปด้วย
กระจก
กระจกเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะอยู่บริเวณทางเข้าห้อง ซึ่งรูปทรงของกระจกที่เลือกมาจะเป็นทรงกลม เพื่อใช้เส้นรอบรูปที่โค้งมาลดความแข็งของห้องสี่เหลี่ยมและช่วยทำให้เข้ากับเส้นสายความเป็นธรรมชาติของไม้พุ่ม และช่วยสะท้อนสีเขียวให้เพิ่มอีกมิติให้พื้นที่จัดแสดงดูกว้างและลึกขึ้น นอกจากนี้กระจกที่เท่าระดับสายตาคนคือสิ่งที่จะทำให้ผู้เข้าชมมาปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติโดยรอบภายในออฟฟิศในรูปแบบต่าง ๆ อย่างปัจเจก
แสงและเงา
การจำลอง TERRARIUM ในรูปแบบ HUMAN SCALE นั้น ตัวกระจกของออฟฟิศจึงทำหน้าที่เหมือนเป็นขวดโหลแก้วเพื่อรับแสงที่สาดส่องเข้ามาให้กับพืชพรรณต่างๆ ทำให้เค้าสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองแบบระบบนิเวศปิดเอง
นอกจากนี้ปัจจัยสำคัญที่วางตำแหน่งต้นไม้ไว้ริมกระจกก็เพื่อรับแสงในการเจริญเติบโตและคงอยู่ได้นานขึ้น โดยสภาพอากาศและแสงที่ส่องเข้ามาจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จึงทำให้ช่วงเวลาของผู้คนที่เข้ามาชมนั้นมาร่วมเป็นส่วนนึงของงานในมิติของต้นไม้และผนังออฟฟิศในรูปแบบต่างๆกัน
กลิ่น
เป็นปรากฏการณ์การรับรู้อีกรูปแบบนึงที่เกิดขึ้นในงานที่จัดแสดง โดยกลิ่นนั้นมาจากชนิดของพืชพรรณที่เลือกเข้ามาจากต้นสนหอม ผักชีช้าง และกลิ่นยิ่งชัดเจนขึ้นในช่วงท้าย ๆ ของวันจัดแสดง ทำให้ผู้ที่เข้าชมพอเปิดประตูผ่านเข้ามาจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปจากนอกห้องทันที และส่งผลให้สภาพจิตใจผ่อนคลายลงขณะเข้าชมงาน
วัสดุและพืชพรรณ
การออกแบบนั้นตั้งใจเก็บบรรยากาศเดิมของตัวออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็นผนังสีขาวเดิม ม่านสีขาวเดิมที่ไว้กั้นพื้นที่ห้องประชุม พื้นคอนกรีตเดิม และผนังกระจกของออฟฟิศ เพื่อให้มีกลิ่นอายของ “กล่องสี่เหลี่ยมสีขาวของการทำงานในออฟฟิศ” และได้เพิ่มเติมสีเขียวจากพืชพรรณให้ตัดกับสีขาวของผนัง โดยชนิดพืชพรรณที่เลือกมาจะจำลองมาจากชนิดพรรณที่ใช้ในขวดแก้ว TERRARIUM ที่เป็นชนิดใบเล็ก ๆ ฝอย ๆ และอยากให้โทนสีภาพรวมเป็นสีเขียวที่มีหลายเฉด และเป็นชนิดพันธุ์ไม้ที่ต้องการการดูแลต่ำเพื่อยืดอายุในงานจัดแสดงได้ถึง 9 วันโดยไม่ตาย ซึ่งได้แก่ ผักชีช้าง สนหอม นีออน ชาดัด เฟิร์นบอสตัน หนวดปลาหมึก ต้นสนแผง ซึ่งระหว่างการจัดแสดงจะมีทีมงานคอยพรมน้ำต้นไม้ให้ก่อนกลับบ้าน และต้นไม้บางชนิดก็มีการเจริญเติบโตขึ้นในช่วงการจัดแสดง
โดยต้นไม้ทั้งหมดนั้นได้รับการอนุเคราะห์จากผู้รับเหมาต้นไม้บริษัท GREEN VOLUNTEER ที่ให้หยิบยืมมาใช้จัดแสดง ดังนั้นเมื่อหมดช่วงเวลา ต้นไม้ทั้งหมดจะถูกนำไปใช้งานต่อกับโครงการอื่น ๆ ต่อไป และบางส่วนก็นำไปบริจาคให้แก่บ้านเรือนและร้านกาแฟโดยรอบพื้นที่โครงการ 33 SPACE